Categories
ข่าวฟุตบอล

ความแตกต่างแทคติกส์ “เป๊ป” หลังคุมสามยักษ์ใหญ่…ตอนที่ 2 “บาเยิร์น มิวนิค”

หลังฝากตำนานไว้กับ บาร์ซ่า…ในเดือนกรกฏาคม ปี 2013 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ออกไปหาความท้าทายครั้งใหม่กับทีมยักษ์ใหญ่นอกประเทศสเปนบ้านเกิดกับยักษ์ใหญ่ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง เสือใต้ ที่งานของเขาไม่ได้ง่ายเลยเพราะเป็นสโมสรที่มีความคาดหวังเรื่องความสำเร็จสูงมาก

เสือใต้ : ระบบการเล่น 4-1-4-1

แผนการเล่น 4-1-4-1 เป็นระบบที่ เป๊ป ใช้บ่อยที่สุดในการคุมทัพเสือใต้ ด้วยขนาดทีมที่ใหญ่กว่า บาร์ซ่า การปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นก็สามารถทำได้แบบมากมาย โดยจุดเด่นก็ยังคงเป็นแผงห้องเครื่องแดนกลางเช่นเคยที่แต่ละคนล้วนแต่มีวิธีเฉพาะตัวในเรื่องของการครองบอล และจ่ายบอลได้อย่างสุดยอด…ขอไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตู มานูเอล นอยเออร์ นั้นดีกรีเรื่องการเซฟประตูนั้นหายห่วง แถมยังได้ทักษะใช้เท้าเล่นบอลได้ดี ทำให้เขาออกมาช่วยเป็น Sweeper Keeper หรือผู้รักษาประตูที่ดันขึ้นมายืนสูงเพื่อช่วยกองหลังตัดบอลอยู่บ่อยครั้ง แบ็คขวาเป็น ฟิลิปป์ ลาห์ม ที่โดดเด่นทั้งรุกรับอย่างสมดุลย์ แบ็คซ้ายเป็น ดาวิด อลาบา ที่จุดเด่นไม่ต่างจากฝั่งขวาเลย คู่เซนเตอร์ตรงกลางหมุนเวียนใช้หลายคนแต่ขอเลือกเป็น ดันเต้ ที่สามารถขึ้นเกมได้จากแดนหลัง คู่กับ เยโรม บัวเต็ง ที่สูงใหญ่แต่มีความคล่องตัวสูง ห้องเครื่องแดนกลางตัวรับเป็น ฆาบี มาร์ติเนซ ที่ดึงจังหวะช้า-เร็วของเกมได้ดี ปีกขวาเป็น อาร์เยน ร็อบเบน ที่มีคราวเร็วสูง, เลี้ยงบอลกินตัวได้ดี และจบสกอร์ยอดเยี่ยม ปีกซ้ายเป็น ฟร้องค์ ริเบรี่ ที่ความอันตรายไม่ต่างจากฝั่งขวา คู่มิดฟิลด์เป็น โทนี่ โครส ที่จ่ายบอลสั้น-ยาว ได้อย่างมหัศจรรย์ และมีทีเด็ดอยู่ที่การยิงไกล จับคู่กับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่คอยเป็นลูกหาบวิ่งรับบอลสั้นๆ เพื่อเชื่อมเกม และช่วยไล่ตัดบอลในเกมรับ แดนหน้าทิ้ง โธมัส มุลเลอร์ ไว้เป็นตัวทีเด็ดที่ครบเครื่องในเรื่องการหาตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม และลงมาเชื่อมเกมได้อีกด้วย

การเซตตำแหน่งขึ้นเกม

การขึ้นเกมของ เสือใต้ มีความคล้ายคลึงกับ เจ้าบุญทุ่ม คือ ถ่างเซ็นเตอร์ 2 ฝั่งออกไปด้านข้าง และถอยมิดฟิลด์ตัวรับลงมาเป็นตัวรับบอลระยะสั้น ทำให้ทาง นอยเออร์ สามารถเลือกจ่ายระยะสั้นได้สามทางเลือก ดันเต้-ซ้าย, มาร์ติเนซ-กลาง และบัวเต็ง-ขวา แต่เนื่องด้วย นอยเออร์ เป็นนายทวารที่เปิดบอลได้ค่อนข้างแม่นยำจึงสามารถเลือกที่จะโยนไปตรงกลางสนามให้กับมิดฟิลด์ทั้งสี่คน หรือแม้แต่จะโยนยาวให้กองหน้าอย่างมุลเลอร์ หรือ มานด์ซูคิช ที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีเพื่อเก็บบอลให้มิดฟิลด์สี่คนที่รอเก็บตกจังหวะ 2 ก็ได้เช่นกัน

การเคลื่อนบอลทำเกมลุก

รูปแบบการเซตตำแหน่งในเกมลุกคล้ายคลึงกับทาง บาร์ซ่า แต่มีความไม่เหมือนกันในรายละเอียดการเล่นบางตำแหน่ง…แบ็คตัวเติมเกมส์ซ้าย-ขวา จะถูกดันขึ้นไปยืนเสมอในไลน์เดียวกับมิดฟิลด์ตัวรับ จะเห็นว่าขณะนี้ในแดนกลางจะมีผู้เล่นอยู่ถึง 5 คนพร้อมกันยืนอยู่เป็นโซนเพื่อถ่ายบอลรอจังหวะในระยะสั้น ซึ่งทาง มาร์ติเนซ จะรับหน้าที่เป็นตัวคอยรับบอลดึงจังหวะช้า-เร็วของเกมลุกชุดนั้น นอกจากนี้ปีกทั้ง 2 ข้างอย่าง ริเบรี่ กับ ร็อบเบน จะดันขึ้นสูงเพื่อรอโจมตีในแดนบน และมี มุลเลอร์ คอยหาจังหวะในพื้นที่อันตราย

การเคลื่อนที่เข้าทำประตู

รูปแบบการเคลื่อนเข้าทำเกมลุกของ เสือใต้ นั้นจะไม่ดันแบ็คทั้ง 2 ข้างขึ้นไปสูงในแดนบน แต่จะหุบเอา ลาห์ม กับ อลาบา มายืนในตำแหน่งมิดฟิลด์แทน คงจะดัน โครส ขึ้นไปสูงเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระที่บางเวลาสอดขึ้นไปในกรอบเขตโทษเลยทีเดียว ส่วนปีกทั้ง 2 ข้างนั้นก็ดันสูงอยู่แล้วเพราะเป็นแนวรุกตำแหน่งที่อันตรายที่สุดของ เสือใต้ยุคนั้นทั้ง ร็อบเบน และ ริเบรี่ แตกต่างจาก บาร์ซ่า ที่เน้นการเคลื่อนที่ไปรับบอลแบบอิสระ แล้วเจาะตรงกลาง ปีกของบาเยิร์นทั้ง 2 ฝั่งจะรอจังหวะรับบอลเพื่อเลี้ยงบอลดวลแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะผู้เล่นแนวรับริมเส้นจะระแวง ลาห์ม กับ อลาบา แล้วหุบเข้าไปเกาะติดจนปล่อยให้คู่หู ร็อบเบอรี่ นั้นว่างรับบอลไปดวลเดี่ยว…หัวใจที่สำคัญอีกตำแหน่ง คือ ชไวน์สไตเกอร์ ที่จะไม่ดันขึ้นสูงคอยเป็นตัวฟรีวิ่งเชื่อมบอลตรงกลางรวมทถึงทางฝั่งซ้ายของสนาม ทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามลังเลว่าจะเกาะติดใครดีระหว่างเขา, อลาบา หรือ ริเบรี่ เหมือนกันหากเป็นทางฝั่งขวากองหลังก็ต้องเลือกเกาะติดระหว่าง โครส ที่คอยวิ่งสอด, ลาห์ม หรือ ร็อบเบน ที่คอยหาจังหวะโจมตี ช่วยเปิดพื้นที่ให้กองหลังดันขึ้นมาเกาะติดจนหลุดตำแหน่ง…ส่วนหน้าที่ของ มาร์ติเนซ คอยคุมจังหวะช้า-เร็วเช่นเคย พร้อมกับดักบอลก่อนถึงกองหลังที่ทิ้ง ดันเต้ กับ บัวเต็ง ไว้ห้อยท้าย

ทางเลือกในการทำประตู

ทางเลือกแรก ร็อบเบน หรือ ริเบรี่ จะอาศัยจังหวะเลี้ยงทะลุแนวรับในการดวลเอาชนะเข้าไปทำประตู หรือ ไม่ก็จ่ายให้ มุลเลอร์ เข้าชาร์จตรงกลาง กับ จ่ายไปเสา 2 ให้ปีกฝั่งตรงข้ามขึ้นมาจบสกอร์ เห็นได้จาก Stats ในฤดูกาลแรกที่ เป๊ป เข้ามาคุมทีม ร็อบเบน ทำไปถึง 21 ประตู กับ 17 แอสซิสต์ ส่วนทาง ริเบรี่ ก็ไม่น้อยหน้าด้วยการทำไป 16 ประตู กับ 15 แอสซิสต์เลยทีเดียว…แถว 2 ก็มี ชไวน์สไตเกอร์, มาร์ติเนซ และ โครส รอยิงไกลจากแถว 2 

ทางเลือกที่ 2  คือ ให้ปีกฝั่งใดฝั่งหนึ่งเลี้ยงไปจนสุดเส้นหลัง แล้วทำการเปิดบอลจากด้านข้างเข้ามาโดยจะมีสามทางเลือก คือ มุลเลอร์ ที่จะขยับเข้าหาตำแหน่งในการจบสกอร์ที่เสาแรก หรือตรงกลางในเขตโทษ, โครส ที่สอดเข้ามาในเขตโทษ เป็นทางเลือกที่เสา 2  และ ปีกที่รออยู่ตรงมุมกรอบ 16 หลา จากในรูปจะเป็น ร็อบเบน ที่รอใช้จังหวะเลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วยิงด้วยซ้ายข้างถนัดที่เป็นท่าไม้ตายที่เราเห็นกันบ่อยๆ…นอกต่อไป ชไวน์สไตเกอร์ ก็รอเก็บจังหวะ 2 อยู่ตลอด

การโจมตีแบบฉวยโอกาส

การฉวยจังหวะบุกแบบเร็วของ เสือใต้ จะให้ มุลเลอร์ ถอยลงมาต่ำ เพื่อล่อให้ตัวเกาะติดระแวงวิ่งตามมาคอยคุมแบบติดตัว ทำให้เกิดพื้นที่ว่างตรงกลางในกรอบเขตโทษ ซึ่งถ้าจังหวะนี้ฝากบอลไปที่ ชไวน์สไตเกอร์ ทำให้ฝั่งตรงข้ามระแวงว่าจะประกอบใครในแนวรุกที่มี ริเบรี่, ร็อบเบน และ มุลเลอร์ ที่ถอยลงมาเพื่อเป็นตัวหลอก…ในจังหวะถัดมาทำให้ ชไวน์สไตเกอร์ สามารถตักบอลให้ โครส ที่วิ่งสอดไปแทนตำแหน่งของ มุลเลอร์ จบสกอร์ได้แบบฉาบฉวย

เกมรับแบบการยืนคุมโซน

การยืนตำแหน่งคุมโซนในแนวรับของ เสือใต้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ในฤดูกาลนั้นเพราะเสียไปเพียงแค่ 23 ประตูเท่านั้นเอง ซึ่งตำแหน่งที่สำคัญมากๆ ในการตั้งโซนนี้ คือ แบ็คตัวเติมเกมส์ทั้ง 2 ข้างทั้ง อลาบา และ ลาห์ม ที่สามารถถ่างออกไปคุมปีกที่วิ่งแลบขึ้นมา หรือยืนหุบเข้ากลางมาเป็นปราการชั้นแรกก่อนถึงคู่เซนเตอร์ร่วมกับมิดฟิลด์ตัวรับได้อีกด้วย โดยคนที่เล่นแบ็คตัวเติมเกมส์ในแผนนี้ได้ต้องมีวินัยเกมรับ และความฟิตดีเอามากๆ เพราะมีพื้นที่ให้รับผิดชอบค่อนข้างเยอะ แล้วยิ่งฟุตบอลในเยอรมันเน้นการสวนกลับเร็วเกมรับแผนนี้ป้องกันการเจาะตรงกลางได้หนาแน่นสุดๆ เพราะการยืนโซนแบบนี้เหมือนมีมิดฟิลด์ถึง 5 คนคอยคุมพื้นที่แดนกลางเลยทีเดียวถือว่าเป็นงานหินของแนวรุกฝ่ายตรงข้าม ยิ่งถ้าเน้นใช้บอลโยนยาวออกปีกด้วยแล้วการวิ่งแข่งกับ ลาห์ม หรือ อลาบา ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่นักเพราะทั้งคู่ต่างมีฝีเท้าจัดจ้านพอตัว แถมทางตัวซ้อนอย่าง ดันเต้ กับ บัวเต็ง ก็เป็นกองหลังที่มีความคล่องตัวสูง และรูปร่างที่สูงใหญ่ เรียกได้ว่าพร้อมวัดได้ทั้งเรื่องสปีด และการดวลลูกกลางอากาศ

เพื่ออรรถรสที่ไม่หยุดคลิกอ่านตอนจบได้เลยครับ : ความไม่เหมือนกันแทคติกส์ “เป๊ป” หลังคุมสามยักษ์ใหญ่…ตอนที่ 3 “ Manchester City ”

หลังฝากตำนานไว้กับ บาร์ซ่า…ในเดือนกรกฏาคม ปี 2013 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ออกไปหาความท้าทายครั้งใหม่กับทีมยักษ์ใหญ่นอกประเทศสเปนบ้านเกิดกับยักษ์ใหญ่ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง เสือใต้ ที่งานของเขาไม่ได้ง่ายเลยเพราะเป็นสโมสรที่มีความคาดหวังเรื่องความสำเร็จสูงมาก

เสือใต้ : ระบบการเล่น 4-1-4-1

แผนการเล่น 4-1-4-1 เป็นระบบที่ เป๊ป ใช้บ่อยที่สุดในการคุมทัพเสือใต้ ด้วยขนาดทีมที่ใหญ่กว่า บาร์ซ่า การปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นก็สามารถทำได้แบบมากมาย โดยจุดเด่นก็ยังคงเป็นแผงห้องเครื่องแดนกลางเช่นเคยที่แต่ละคนล้วนแต่มีวิธีเฉพาะตัวในเรื่องของการครองบอล และจ่ายบอลได้อย่างสุดยอด…ขอไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตู มานูเอล นอยเออร์ นั้นดีกรีเรื่องการเซฟประตูนั้นหายห่วง แถมยังได้ทักษะใช้เท้าเล่นบอลได้ดี ทำให้เขาออกมาช่วยเป็น Sweeper Keeper หรือผู้รักษาประตูที่ดันขึ้นมายืนสูงเพื่อช่วยกองหลังตัดบอลอยู่บ่อยครั้ง แบ็คขวาเป็น ฟิลิปป์ ลาห์ม ที่โดดเด่นทั้งรุกรับอย่างสมดุลย์ แบ็คซ้ายเป็น ดาวิด อลาบา ที่จุดเด่นไม่ต่างจากฝั่งขวาเลย คู่เซนเตอร์ตรงกลางหมุนเวียนใช้หลายคนแต่ขอเลือกเป็น ดันเต้ ที่สามารถขึ้นเกมได้จากแดนหลัง คู่กับ เยโรม บัวเต็ง ที่สูงใหญ่แต่มีความคล่องตัวสูง ห้องเครื่องแดนกลางตัวรับเป็น ฆาบี มาร์ติเนซ ที่ดึงจังหวะช้า-เร็วของเกมได้ดี ปีกขวาเป็น อาร์เยน ร็อบเบน ที่มีคราวเร็วสูง, เลี้ยงบอลกินตัวได้ดี และจบสกอร์ยอดเยี่ยม ปีกซ้ายเป็น ฟร้องค์ ริเบรี่ ที่ความอันตรายไม่ต่างจากฝั่งขวา คู่มิดฟิลด์เป็น โทนี่ โครส ที่จ่ายบอลสั้น-ยาว ได้อย่างมหัศจรรย์ และมีทีเด็ดอยู่ที่การยิงไกล จับคู่กับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่คอยเป็นลูกหาบวิ่งรับบอลสั้นๆ เพื่อเชื่อมเกม และช่วยไล่ตัดบอลในเกมรับ แดนหน้าทิ้ง โธมัส มุลเลอร์ ไว้เป็นตัวทีเด็ดที่ครบเครื่องในเรื่องการหาตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม และลงมาเชื่อมเกมได้อีกด้วย

การเซตตำแหน่งขึ้นเกม

การขึ้นเกมของ เสือใต้ มีความคล้ายคลึงกับ เจ้าบุญทุ่ม คือ ถ่างเซ็นเตอร์ 2 ฝั่งออกไปด้านข้าง และถอยมิดฟิลด์ตัวรับลงมาเป็นตัวรับบอลระยะสั้น ทำให้ทาง นอยเออร์ สามารถเลือกจ่ายระยะสั้นได้สามทางเลือก ดันเต้-ซ้าย, มาร์ติเนซ-กลาง และบัวเต็ง-ขวา แต่เนื่องด้วย นอยเออร์ เป็นนายทวารที่เปิดบอลได้ค่อนข้างแม่นยำจึงสามารถเลือกที่จะโยนไปตรงกลางสนามให้กับมิดฟิลด์ทั้งสี่คน หรือแม้แต่จะโยนยาวให้กองหน้าอย่างมุลเลอร์ หรือ มานด์ซูคิช ที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดีเพื่อเก็บบอลให้มิดฟิลด์สี่คนที่รอเก็บตกจังหวะ 2 ก็ได้เช่นกัน

การเคลื่อนบอลทำเกมลุก

รูปแบบการเซตตำแหน่งในเกมลุกคล้ายคลึงกับทาง บาร์ซ่า แต่มีความไม่เหมือนกันในรายละเอียดการเล่นบางตำแหน่ง…แบ็คตัวเติมเกมส์ซ้าย-ขวา จะถูกดันขึ้นไปยืนเสมอในไลน์เดียวกับมิดฟิลด์ตัวรับ จะเห็นว่าขณะนี้ในแดนกลางจะมีผู้เล่นอยู่ถึง 5 คนพร้อมกันยืนอยู่เป็นโซนเพื่อถ่ายบอลรอจังหวะในระยะสั้น ซึ่งทาง มาร์ติเนซ จะรับหน้าที่เป็นตัวคอยรับบอลดึงจังหวะช้า-เร็วของเกมลุกชุดนั้น นอกจากนี้ปีกทั้ง 2 ข้างอย่าง ริเบรี่ กับ ร็อบเบน จะดันขึ้นสูงเพื่อรอโจมตีในแดนบน และมี มุลเลอร์ คอยหาจังหวะในพื้นที่อันตราย

การเคลื่อนที่เข้าทำประตู

รูปแบบการเคลื่อนเข้าทำเกมลุกของ เสือใต้ นั้นจะไม่ดันแบ็คทั้ง 2 ข้างขึ้นไปสูงในแดนบน แต่จะหุบเอา ลาห์ม กับ อลาบา มายืนในตำแหน่งมิดฟิลด์แทน คงจะดัน โครส ขึ้นไปสูงเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระที่บางเวลาสอดขึ้นไปในกรอบเขตโทษเลยทีเดียว ส่วนปีกทั้ง 2 ข้างนั้นก็ดันสูงอยู่แล้วเพราะเป็นแนวรุกตำแหน่งที่อันตรายที่สุดของ เสือใต้ยุคนั้นทั้ง ร็อบเบน และ ริเบรี่ แตกต่างจาก บาร์ซ่า ที่เน้นการเคลื่อนที่ไปรับบอลแบบอิสระ แล้วเจาะตรงกลาง ปีกของบาเยิร์นทั้ง 2 ฝั่งจะรอจังหวะรับบอลเพื่อเลี้ยงบอลดวลแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะผู้เล่นแนวรับริมเส้นจะระแวง ลาห์ม กับ อลาบา แล้วหุบเข้าไปเกาะติดจนปล่อยให้คู่หู ร็อบเบอรี่ นั้นว่างรับบอลไปดวลเดี่ยว…หัวใจที่สำคัญอีกตำแหน่ง คือ ชไวน์สไตเกอร์ ที่จะไม่ดันขึ้นสูงคอยเป็นตัวฟรีวิ่งเชื่อมบอลตรงกลางรวมทถึงทางฝั่งซ้ายของสนาม ทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามลังเลว่าจะเกาะติดใครดีระหว่างเขา, อลาบา หรือ ริเบรี่ เหมือนกันหากเป็นทางฝั่งขวากองหลังก็ต้องเลือกเกาะติดระหว่าง โครส ที่คอยวิ่งสอด, ลาห์ม หรือ ร็อบเบน ที่คอยหาจังหวะโจมตี ช่วยเปิดพื้นที่ให้กองหลังดันขึ้นมาเกาะติดจนหลุดตำแหน่ง…ส่วนหน้าที่ของ มาร์ติเนซ คอยคุมจังหวะช้า-เร็วเช่นเคย พร้อมกับดักบอลก่อนถึงกองหลังที่ทิ้ง ดันเต้ กับ บัวเต็ง ไว้ห้อยท้าย

ทางเลือกในการทำประตู

ทางเลือกแรก ร็อบเบน หรือ ริเบรี่ จะอาศัยจังหวะเลี้ยงทะลุแนวรับในการดวลเอาชนะเข้าไปทำประตู หรือ ไม่ก็จ่ายให้ มุลเลอร์ เข้าชาร์จตรงกลาง กับ จ่ายไปเสา 2 ให้ปีกฝั่งตรงข้ามขึ้นมาจบสกอร์ เห็นได้จาก Stats ในฤดูกาลแรกที่ เป๊ป เข้ามาคุมทีม ร็อบเบน ทำไปถึง 21 ประตู กับ 17 แอสซิสต์ ส่วนทาง ริเบรี่ ก็ไม่น้อยหน้าด้วยการทำไป 16 ประตู กับ 15 แอสซิสต์เลยทีเดียว…แถว 2 ก็มี ชไวน์สไตเกอร์, มาร์ติเนซ และ โครส รอยิงไกลจากแถว 2 

ทางเลือกที่ 2  คือ ให้ปีกฝั่งใดฝั่งหนึ่งเลี้ยงไปจนสุดเส้นหลัง แล้วทำการเปิดบอลจากด้านข้างเข้ามาโดยจะมีสามทางเลือก คือ มุลเลอร์ ที่จะขยับเข้าหาตำแหน่งในการจบสกอร์ที่เสาแรก หรือตรงกลางในเขตโทษ, โครส ที่สอดเข้ามาในเขตโทษ เป็นทางเลือกที่เสา 2  และ ปีกที่รออยู่ตรงมุมกรอบ 16 หลา จากในรูปจะเป็น ร็อบเบน ที่รอใช้จังหวะเลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วยิงด้วยซ้ายข้างถนัดที่เป็นท่าไม้ตายที่เราเห็นกันบ่อยๆ…นอกต่อไป ชไวน์สไตเกอร์ ก็รอเก็บจังหวะ 2 อยู่ตลอด

การโจมตีแบบฉวยโอกาส

การฉวยจังหวะบุกแบบเร็วของ เสือใต้ จะให้ มุลเลอร์ ถอยลงมาต่ำ เพื่อล่อให้ตัวเกาะติดระแวงวิ่งตามมาคอยคุมแบบติดตัว ทำให้เกิดพื้นที่ว่างตรงกลางในกรอบเขตโทษ ซึ่งถ้าจังหวะนี้ฝากบอลไปที่ ชไวน์สไตเกอร์ ทำให้ฝั่งตรงข้ามระแวงว่าจะประกอบใครในแนวรุกที่มี ริเบรี่, ร็อบเบน และ มุลเลอร์ ที่ถอยลงมาเพื่อเป็นตัวหลอก…ในจังหวะถัดมาทำให้ ชไวน์สไตเกอร์ สามารถตักบอลให้ โครส ที่วิ่งสอดไปแทนตำแหน่งของ มุลเลอร์ จบสกอร์ได้แบบฉาบฉวย

เกมรับแบบการยืนคุมโซน

การยืนตำแหน่งคุมโซนในแนวรับของ เสือใต้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ในฤดูกาลนั้นเพราะเสียไปเพียงแค่ 23 ประตูเท่านั้นเอง ซึ่งตำแหน่งที่สำคัญมากๆ ในการตั้งโซนนี้ คือ แบ็คตัวเติมเกมส์ทั้ง 2 ข้างทั้ง อลาบา และ ลาห์ม ที่สามารถถ่างออกไปคุมปีกที่วิ่งแลบขึ้นมา หรือยืนหุบเข้ากลางมาเป็นปราการชั้นแรกก่อนถึงคู่เซนเตอร์ร่วมกับมิดฟิลด์ตัวรับได้อีกด้วย โดยคนที่เล่นแบ็คตัวเติมเกมส์ในแผนนี้ได้ต้องมีวินัยเกมรับ และความฟิตดีเอามากๆ เพราะมีพื้นที่ให้รับผิดชอบค่อนข้างเยอะ แล้วยิ่งฟุตบอลในเยอรมันเน้นการสวนกลับเร็วเกมรับแผนนี้ป้องกันการเจาะตรงกลางได้หนาแน่นสุดๆ เพราะการยืนโซนแบบนี้เหมือนมีมิดฟิลด์ถึง 5 คนคอยคุมพื้นที่แดนกลางเลยทีเดียวถือว่าเป็นงานหินของแนวรุกฝ่ายตรงข้าม ยิ่งถ้าเน้นใช้บอลโยนยาวออกปีกด้วยแล้วการวิ่งแข่งกับ ลาห์ม หรือ อลาบา ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่นักเพราะทั้งคู่ต่างมีฝีเท้าจัดจ้านพอตัว แถมทางตัวซ้อนอย่าง ดันเต้ กับ บัวเต็ง ก็เป็นกองหลังที่มีความคล่องตัวสูง และรูปร่างที่สูงใหญ่ เรียกได้ว่าพร้อมวัดได้ทั้งเรื่องสปีด และการดวลลูกกลางอากาศ

เพื่ออรรถรสที่ไม่หยุดคลิกอ่านตอนจบได้เลยครับ : ความไม่เหมือนกันแทคติกส์ “เป๊ป” หลังคุมสามยักษ์ใหญ่…ตอนที่ 3 “ Manchester City ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *